Home » สุขภาพ » ทำความรู้จักกับ ‘คอลลาเจน’ ให้มากขึ้น คอลลาเจนมีกี่ชนิด ? ประโยชน์อะไรบ้าง ?

พอได้ยินคำว่า คอลลาเจน เชื่อเลยว่าทุกคนต้องนึกถึง ผิวขาว ผิวใส ด้วยคอลลาเจน แต่รู้หรือไม่ว่า คอลลาเจนนั้นไม่ได้ส่งผลดีแค่ผิว แต่ยังมีดีต่อกระดูกด้วย อยากรู้ว่าคอลลาเจนมีดีอย่างไรบ้าง เรามาทำความรู้จักกับคอลลาเจนประเภทต่าง ๆ พร้อมประโยชน์ของคอลลาเจนกันดีกว่า

คอลลาเจน คืออะไร ?
คอลลาเจน (Collgen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีการรวมตัวของกรดอะมิโน (amino acid) หลายชนิดต่อกันเป็นสายยาว ที่สำคัญ ได้แก่ glycene prolene และ hydroxyprolene เส้นใยคอลลาเจนมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติผิวหนังมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก ผิวหนังของมนุษย์จึงมีความยืดหยุ่น แต่นอกจากผิวหนังแล้ว ร่างกายของมนุษย์เรายังมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของ กระดูกอ่อน เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูก ข้อต่อ ขน เส้นผม รวมถึงเนื้อเยื่อทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งคอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เซลล์ยึดเกาะกัน

คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย โดยคิดเป็น 25% ถึง 35% ของปริมาณโปรตีนทั้งร่างกาย

คอลลาเจน มีกี่ชนิด ?
จริง ๆ แล้ว คอลลาเจนมีมากกว่า 16 ชนิดด้วยกัน แต่ตัวหลัก ๆ ที่รู้จักกันทั่วไปมีอยู่ไม่กี่ชนิด ได้แก่

คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) หรือ คอลลาเจนไทป์ 1
ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มของสัตว์ชั้นสูง อยู่ในส่วนของหนังแท้ เอ็น พังผืด เนื้อกระดูกแข็ง สำหรับคอลลาเจนชนิดที่ 1 นี้จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนไกลซีน มีประมาณ 1 ใน 3 ของกรดอะมิโนทั้งหมด ส่วนของกรดอะมิโนที่ไม่บิดเป็นเกลียวสั้นที่ประกอบด้วยฮิสติดีน และไทโรซีน

คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) หรือ คอลลาเจนไทป์ 2
เป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ แตกต่างจากคอลลาเจนที่พบในเซลล์ผิวหนัง ซึ่งจะเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3 และ 4 (Collagen type 2, III และ IV) คอลลาเจนไทป์ทู จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มระดับของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ และยังยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำหล่อเลี้ยงข้อ มีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดข้อและข้อยึดได้ ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น

คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) หรือ คอลลาเจนไทป์ 3
พบได้ปริมาณน้อย (ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) มักพบในผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังที่เป็นแผล หลอดเลือด ส่วนมากจะพบในผิวของเด็ก ผิวเด็กจึงดูนุ่มเนียน เต่งตึง

คอลลาเจนชนิดที่ 4 (Collagen Type IV) หรือ คอลลาเจนไทป์ 4
คือคอลลาเจนที่มีลักษณะความจำเพาะ โดยพบได้เฉพาะบริเวณเส้นใยฝอยของเยื่อบุผิวแผ่นบาง ๆ ในบริเวณนอกเซลล์

ถ้าร่างกายขาดคอลลาเจนจะเป็นอย่างไร ?

  • ผิวหนังแห้งกร้าน ไม่เต่งตึง ดูหยาบกระด้าง
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย
  • กระดูก และ ข้อต่อเสื่อม มีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะเดินหรือลุก
  • มีอาการเจ็บเข่า ปวดหลัง ปวดเอว
  • ระบบไหลเวียนโลหิตเสื่อม
  • การเผาผลาญไขมันด้อยลง ทำให้อ้วนง่าย
  • สุขภาพโดยรวมไม่ดี
  • บาดแผลหายช้า
  • ผมไม่แข็งแรง ผมขาดหลุดร่วงง่าย

ในปัจจุบันมีการนำคอลลาเจนมาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับด้านความสวยความงาม และเพื่อดูแลรักษาสุขภาพ เพราะด้วยความที่ยิ่งมนุษย์อายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายก็ยิ่งลดลง ดังนั้นคอลลาเจนจึงมักถูกขายในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1 และคอลลาเจนชนิดที่ 2

ถ้าหากใครรู้สึกมีปัญหาตาม 9 ข้อด้านบน ต้องการเสริมคอลลาเจนในร่างกาย ก็สามารถหา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นตัวช่วยได้ แต่อย่าลืมดูเรื่องของคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตของผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อด้วยนะคะ

และถ้าต้องการเสริมเป็น คอลลาเจนไทป์ทู ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับ อย. Parry Caltinum รับรองว่าตอบโจทย์อย่างมาก สำหรับผู้ที่มีปัญหา กระดูกและข้อต่อเสื่อม มีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะเดินหรือลุก

Parry Caltinum

ดูแลข้อต่อของคุณทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รักษาบรรเทา + ฟื้นฟูบำรุง ด้วย คอลลาเจนไทป์ 2 ที่ Parry Caltinum คัดมาให้ถึง 2 ชนิด

คอลลาเจน แบบคงตัว (Undenatured Collagen type II หรือ UC-II)

  • ตรงเข้าฟื้นฟูข้อต่อได้ทันที ตรงจุด
  • มีโครงสร้างเดียวกันกับคอลลาเจนในข้อต่อ
  • บรรเทาอาการปวด รักษาอาการอักเสบ อย่างรวดเร็ว

คอลลาเจนแบบเปลี่ยนโครงสร้าง (Hydrolyzed Collagen)

  • ร่างกายต้องใช้ดูแลข้อต่อในระยะยาว
  • ช่วยเสริมความยืดหยุ่นและเพิ่มน้ำในข้อต่อ
  • ช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น

พิสูจน์แล้ว ว่าได้ผลดีกว่ายา 2.6 เท่า
UC-II (Undenatured Collagen type II) หรือ คอลลาเจนโครงสร้างพิเศษที่สมบูรณ์ที่สุด สิทธิบัตรเฉพาะจากอเมริกา ที่เราคัดเลือกมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ นวัตกรรมใหม่ในการดูแลข้อต่อ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าบรรเทาปวดได้ดีกว่ายา กลูโคซามีน + คอนโดรอิทิน ถึง 260%

ผู้ที่เหมาะกับการใช้ตัวช่วยบำรุงกระดูก

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูก เช่น การอยู่กับที่เป็นเวลานาน ไม่ค่อยขยับตัว ชอบดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ เหล้า เป็นประจำ
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมาก
  • ผู้ที่มีความรู้สึกว่าข้อต่าง ๆ เริ่มยึด เสียงกระดูกดังลั่น ปวดตามข้อ ข้ออักเสบ
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหักโหมมากเกินไป
อาหารเสริม แคลเซียม

เบอร์ Call center : 088-070-6666

Parry Thailandเรียบเรียงบทความ
Happy คอมมูนิตี้ เพื่อชีวิตดีดีของคนสูงวัย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง